องค์ประกอบของดนตรี - ระบบเสียงโทนาลิตี้ และ คีตลักษณ์(รูปแบบ)

ระบบเสียงโทนาลิตี้ (Tonality)



ดนตรีเป็นเรื่องของเสียงซึ่งมีการจัดเป็นระบบ ที่เรียกว่า ระบบเสียง (Tonality) โทนาลิตี้ เป็นระบบการประสานเสียงที่มีโครงสร้างของโทนิค โดยปกติแล้วทำนองเพลงที่เราคุ้นหูกันอยู่ทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นด้วยเสียงหลักที่เรียกว่าโทนิค(Tonic) แทบทั้งสิ้นเนื่องจากเพลงจะมีความรู้สึกว่าจบได้เมื่อการประสานเสียงจบลงที่คอร์ดที่สร้างขึ้นจากเสียงโทนิคหรือเสียงที่ 1 ของบันไดเสียง เช่น เพลงที่โทนิคเป็นเสียง โด (C) มักเรียกเพลง ๆ นั้นว่าอยู่ในบันไดเสียง ซี (C)


0000000.jpg



จากข้างต้นเราเรียกระบบเสียงที่ลงจบด้วยเสียงโทนิคว่า “Tonal Music” ลักษณะเช่นนี้พบมากในเพลงทั่ว ๆ ไปในปัจจุบันหรือเพลงคลาสสิก เช่น คอนแชร์โต้ ,โซนาต้า ฯลฯ

000000.jpg




คีตลักษณ์ หรือรูปแบบ

คำว่า “คีตลักษณ์ หรือรูปแบบ” มีลักษณะและความสัมพันธ์กับ รูปร่าง, โครงสร้าง,หรือการจัดองค์กร นอกจากนี้รูปแบบยังเปรียบได้กับร่างกายของมนุษย์เราที่มีความสมดุลย์ทั้ง ร่างกาย หรือการจัดความเหมาะสมในการวาดภาพ ในดนตรีหมายถึงโครงสร้างที่เป็นแบบแผนในการประพันธ์เพลงมีลักษณะคล้าย กับการประพันธ์ประเภทร้อยกรองที่บอกตำแหน่งของคำที่ต้องสัมผัสหรืออาจมีครุ –ลหุ เช่น บทหนึ่ง ๆ โดยทั่วไปพบว่ามีการกำหนดรูปแบบและการแบ่งสัดส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจน มีการจัดจังหวะ หนัก – เบา, ประโยคเพลง (Phrase),ประโยค (Period),จุดพักเสียง (Cadence) และการจบ (ending) สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเพื่อสร้างความรู้สึกที่สมดุลย์ให้แก่ ผู้ฟัง



1) ประโยคเพลง (Phrase) ในทางดนตรีถือเป็นหน่วยที่สั้นที่สุดของเพลงซึ่งมีความสมบูรณ์ในตัว

00000-1.jpg


2) ประโยคใหญ่ (Period) ประโยคที่ประกอบด้วย 2 ประโยคในลักษณะประโยคคำถาม-ประโยคคำตอบ

1212121212.jpg


3) การพักเสียงหรือจุดพักเสียง(Cadence) ในการอ่าน หรือ พูด ย่อมต้องมีที่พักเสียงเพื่อแยกประโยคนั้น ๆ ออกให้ชัดเจนสำหรับในทางดนตรีก็เช่นเดียวกัน เรียกว่า “การพักเสียง หรือจุดพักเสียง” (Cadence)

12121212.jpg



รูปแบบ (Musical Forms) แบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1) รูปแบบสโตรฟิค (Strophic Form) เป็นลักษณะของเพลงร้องที่มีแนวทำนองเดียวตลอดแต่มีการเปลี่ยนเนื้อร้อง รูปแบบเป็น AAA หรือไม่ก็ร้องทำนองไม่ซ้ำเลยร้องไปเรื่อย ๆ รูปแบบเป็น ABCDE

121212.jpg

2) รูปแบบไบนารี (Binary Form) เป็นลักษณะของเพลงที่มี 2 ท่อน (two part form) รูปแบบเป็นการถามและตอบ ซ้ำไปมาอาจเป็นหลายเที่ยวก็ได้ เช่น A:B, AABB, ABAB

1212.jpg


3) รูปแบบเทร์นารี (Ternary Form) เป็นลักษณะของเพลงที่มี 3 ท่อน (tree part form) หรือทำนองหลัก 3 ลักษณะโดยมีส่วนกลางเป็นส่วนที่แตกต่างไปจากส่วนต้นและส่วนท้าย เช่น ABA, AABA รูปแบบเทร์นารีอาจเรียกเป็น “รูปแบบเพลง” (Song form) เพราะเพลงโดยทั่ว ๆ ไปมักมีโครงสร้างแบบนี้

12.jpg


4) รูปแบบธีมและแวริเอชั่น (Theme and Variations) เป็นรูปแบบที่ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ ธีม (Theme) หรือทำนองหลัก และ แวริเอชั่น (Variations) หรือส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงจากทำนองหลัก เช่น A A1A2A3

21212121212121212121.jpg


5) รูปแบบรอนโด (Rondo form) เป็นลักษณะของการเน้นที่แนวทำนองหลักหรือเป็นลักษณะของเพลงที่มีบทดอกสร้อย กล่าวคือ แนวทำนองหลักทำนองแรกจะวนกลับมาอยู่ระหว่างแต่ละส่วนที่ต่างกัน รูปแบบเป็น ABACADA


212121212121212121.jpg


ลงความคิดเห็น

ข้อความส่วนตัว

♪แนะนำการแสดง♪

musicapp271

Author:musicapp271
"Music Appreciation"
คือความรู้สึกซาบซึ้ง ความนิยมชมชอบ
ของดนตรี ซึ่ง BLOG แห่งนี้จะนำข้อมูลเนื้อหา
ทางดนตรีมานำเสนอให้ทุกคนได้รับชม รับอ่าน
หรือสามารถนำเนื้อหาไปใช้ต่อยอดได้
หากที่แห่งนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ท่าน
ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

♪อัพเดตการแสดง♪
♪ประเภทของการแสดง♪
♪รับฟังทุกเสียงวิจารณ์♪
ค้นหารอบการแสดง彡☆
♡จำนวนผู้เข้าชม彡☆
♪ความขยันของนักแสดง♪
♪(ノ´∀`*)ノ
☆⌒Sing a song